มูลเหตุที่จะเกิดหนังสือเรื่อง "เงาะป่า" ขึ้นนั้น คือเมื่อราวเดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๔๙ ตรงกับปีรัตนโกสินทรศก ๑๒๔ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงประชวรพระโรคไข้จับสั่น แพทย์หลวงได้ถวายพระโอสถควินิน แนะนำให้ประทับพักฟื้น งดราชการทั้งปวดราว ๘ วัน ในเวลาทีเริ่มประชวรนั้น ประทับอยู่ที่พระตำหนักเรือนต้น ซึ่งเป็นสถานที่อากาศไม่ดี เพราะเป็นเรือนเตี้ย ได้รับไอดินอยู่เสมอ ไม่เหมาะแก่พระพลานามัย ในการประชวรครั้งนี้ เพื่อจะทรงพักผ่อนได้อากาศบริสุทธิ์ จึงได้เสด็จมาประทับที่พระที่นั่งวิมานเมฆ ตรงบริเวณที่เรียกว่า "โป่ง" ดังกล่าวมาแล้ว มีพระราชอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสุทธาสินีนาฏ เป็นพระอุปัฎฐากจักการรักษาพยาบาล ระหว่างที่ประทับอยู่ที่พระที่นั่งวิมานเมฆ ขณะเมื่อทรงประชวรนั้น ทรวง่างพระราชกิจมาก จึงเสด็จเข้าไปในพระที่ตั้งแต่หัวค่ำ เวลาราวยามเศษ คือหลังเสวยพระกระยาหารค่ำแล้ว เมื่อเสด็จเข้าพระที่แล้ว พระอัครชายาเธอ กรมขุนสุทธาสินีนาฏ ได้ทรงจัดข้าหลวงในพระองค์มาขับร้อง กล่อมพระบรรทม โดยร้องอยู่ห่างๆ ทางหมู่ห้องที่ประทับของพระอัครชายาเธอเอง ปล่อยให้เสียงลอยเข้าไปในที่แต่พอเบาๆ ไม่เป็นการรบกวนขณะทรงพระสำราญ โดยในระยะแรก บทที่ใช้ร้องนำมาจากบทพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ ในรัชกาลที่ ๑ บ้าง บทพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนา ในรัชกาลที่ ๒ บ้างร้องเรื่อยกันไปจนตีสามตีสี่ เพื่อเป็นเพื่อนมิให้มีความวิเวกยามดึก
ต่อมาเนื่องจากระยะนั้น สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ทรงมีเวลาว่างมาก ประกอบกับทรงสนพระทัยชีวิตของชาวป่าพวกเงาะ ได้ทรงสอบถามเรื่องราวจากนายคนัง มหาดเล็กได้เป็นเรื่องเป็นราว จึงทรงพระราชอุตสาหะ ร้อยกรองขึ้น เป็นพระราชนิพนธ์ ดังความในคำนำหนังสือพระราชนิพนธ์เรื่องเงาะป่าที่ว่า
"เมื่อเดือนก่อนนี้ จับไข้ไป ๒ วัน ครั้นหยุดจับแล้วหมอให้หยุดทำงาน สำหรับเนเวลากินยาควินินต่อไปอีกแปดวัน นอนจนหลังแข็ง แล อ้างว้างไม่มีอะไรทำ ครั้นจะคิดอะไรที่เป็นเรื่องจริงจังแล จะเขียนให้ดีจริง กำลังไม่สู้จะบริบูรณ์ จึงได้เอากระดาษมาเขี่ยๆ เรื่องที่ไม่เป็นแก่นสารคุมเป็นเรื่องขึ้นเล่น พอให้เพลินใจ เมื่อถึงกำหนด ๘ วัน เป็นต้องจบเรื่องทันที จะทำต่อไปอีกไม่ได้ เมื่อเวลาว่างได้เอามามองแก้ไข ขยายที่แคบให้กว้างขึ้น บางแห่งแก้กลอนแก้ถ้อยคำที่ซ้ำซากพลาดพลั้ง เห็นว่าเรียบพอใช้ได้ จึงได้คิดจะพิมพ์ไว้ไม่ให้สูญ เพราะนึกเสียดายแล ฟังร้องก็เพราะดีอยู่"
เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ได้กรุณาเล่าว่า สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ได้ทรงลิขิตบทกลอนเรื่องเงาะป่านี้ ด้วยลายพระหัตถ์ของพระองค์เองบ้าง ลายพระหัตถ์ของสมเด็จหญิงน้อย คือสมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดล บ้าง แล้วพระราชทานลงมาในแผ่นเล็กๆ สั้นบ้างยาวบ้างเป็นตอนๆ สำหรับให้วงเครื่องสายข้าหลวงในพระองค์ พระวิมาดาเธอลองร้องดู ต่อไปเมื่อทรงพระราชนิพนธ์ได้มากขึ้น วงเครื่องสายเล็ก ๆก็ขยายออกไปเป็นวงปี่พาทย์มโหรีหญิงในที่สุด โดยรับสั่งให้เลือกเพลงจากลครเรื่องอิเหนา เป็นหลัก แต่มีข้อแม้ว่า เมื่อร้องร่ายนั้น ให้ร้องร่ายนอก ด้วยเนื้อเรื่องลคร มิใช่ข้างในรั้วในวัง หากแต่ในเรื่องของชาวป่า ส่วนเพลงร้องนั้น ไม่โปรดเพลงที่อืดอาดเชื่องช้า ทั้งเพลงประกอบ ก็ไม่จำกัดว่าต้องเป็นเพลงแขก เหตุว่าพวกเงาะนี้มิใช่แขก หากแต่ให้เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของคำร้องเป็นสำคัญ
http://adventurescrabble.exteen.com